|
|
|
|
|
Training Calendar
|
|
|
|
|
Register E-Newsletter
|
|
|
|
|
|
|
|
HR Articles >> Recruit and Hiring |
|
|
บทความเรื่อง :
เลือกใช้ Incentive ให้เหมาะสม ช่วยเพิ่มผลผลิตได้ |
|
โดย :
|
วันที่ :30 กันยายน 2550 |
| ในโลกอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก ต้นทุนค่าแรงต่อหน่วยผลิตย่อมมีผลต่อต้นทุนสินค้าที่ส่งผลถึงผลประกอบการขององค์กรโดยตรง เรามักจะตั้งระบบค่าแรงจูงใจ(Incentive) กันหลายรูปแบบเพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานพนักงาน โดยพนักงานจะได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของความพยายามในการทำงานที่เพิ่มขึ้นด้วย
การกำหนดเรื่องของ Incentive ให้เหมาะสม เป็นเรื่องของการบริหารที่เน้นเรื่องของการได้รับผลประโยชน์ร่วมกันโดยการวิธีจูงใจด้วยเงิน ซึ่งการเลือกที่จะนำเอา Incentive ระบบใดมาใช้ มีเรื่องที่จะต้องพิจารณาหลายประการ โดยแต่ละองค์กรก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน การตั้ง Incentive ด้วยอัตราที่ไม่จูงใจพอ ก็ทำให้ไม่ได้ผลในการเพิ่มผลผลิต เพราะทำให้พนักงานหมดกำลังใจ รู้สึกว่า ทำไปแล้วได้ไม่คุ้มค่าเหนื่อย ทำนองเดียวกัน หากเราตั้งอัตราค่าแรงจูงใจสูงเกินไป ต้นทุนต่อหน่วยก็ไม่ได้ลดลงเท่าที่ควร องค์กรก็จะได้รับผลประโยชน์น้อย
การกำหนดค่าแรงจูงใจจะใช้ได้ดีกับลักษณะของธุรกิจที่ใช้กำลังคนมาก ทั้งนี้ หากจะนำเอาระบบค่าแรงจูงใจมาใช้ได้ นั่นย่อมหมายความว่า คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้นั้นอยู่ในภาวะที่ได้มาตรฐานคงที่อยู่ตัวแล้ว หากยังทำไม่ได้มาตรฐานสม่ำเสมอเพียงพอ ก็ควรจะหาทางปรับปรุงให้ดีก่อน จึงจะนำระบบค่าแรงจูงใจนี้มาใช้ได้ เพราะปัญหาของการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานอาจจะเกิดจากปัญหาของสภาพเครื่องจักรที่ไม่พร้อม ระบบการสั่งซื้อวัตถุดิบยังไม่ได้ตามเวลาที่กำหนด หรือแม้กระทั่งการที่พนักงานยังไม่มีทักษะหรือความชำนาญเพียงพอ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่นายจ้างควรจัดการให้ดีก่อน จึงจะสามารถนำเอาระบบค่าแรงจูงใจมาใช้ได้ มิฉะนั้นแล้ว อาจมีปัญหาการโต้แย้ง และสร้างปัญหาทางด้านการผลิตมากกว่าเดิม
การกำหนดระบบค่าแรงจูงใจจะต้องพิจารณาถึงลักษณะงานแต่ละประเภทด้วย เพราะงานบางลักษณะก็ไม่สามารถแยกแยะผลงานเป็นของแต่ละบุคคลได้ หรือหากทำได้ก็ทำได้ยาก ซึ่งหากเป็นลักษณะงานเช่นนี้ ก็ควรใช้ระบบค่าแรงจูงใจแบบกลุ่มแทน
การใช้ระบบค่าแรงจูงใจนี้ หากเป็นลักษณะของเป็นผลงานส่วนบุคคล คือ ใครทำได้ถึงเป้าที่กำหนดเท่าไหร่ ก็จะได้รับค่าแรงจูงใจเท่านั้น ซึ่งระบบค่าแรงจูงใจเช่นนี้ควรจะนำไปใช้ให้มีผลกับหัวหน้ากลุ่มงานด้วย เพราะหัวหน้ากลุ่มงานเป็นผู้นำที่จะคอยช่วยเหลือและผลักดันให้ลูกน้องในทีมทำงานให้ได้ตามเป้าหมาย ดังนั้น หัวหน้างานจึงควรมีส่วนได้รับค่าแรงจูงใจเป็นสัดส่วนของผลผลิตส่วนเกินของกลุ่มด้วย ซึ่งจะทำให้ผลผลิตโดยส่วนรวมขององค์กรสูงขึ้น และได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน เรียกว่า "มีความสุขกันถ้วนหน้า" นั่นเอง
ที่มา : http://www.one-stophr.com
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|