ThaiHRCenter.com Your human resoures community for knowleage, expertise and resources.
ThaiHRCenter.com Home | HR Article | HR Vocabulary | Course & Seminars HR | Training Calendar   
Training Calendar
<กันยายน 2553>
12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930
Register E-Newsletter

   HR Articles >> Recruit and Hiring
บทความเรื่อง : ได้ค่าชดเชย แม้ว่จะกระทำผิดซ้ำในความผิดที่ได้รับหนังสือเตือนมาก่อน
โดย : ฉันทนา เจริญศักดิ์ วันที่ :30 กันยายน 2550

แม้ว่ากฎหมายจะไม่ได้กำหนดรูปแบบของหนังสือเตือนไว้อย่างชัดแจ้ง แต่การที่นายจ้างออกหนังสือเตือนโดยไม่มีข้อความที่มีลักษณะของการเตือนตามกฎหมาย ก็อาจทำให้หนังสือเตือนฉบับนั้นใช้ไม่ได้ เมื่อลูกจ้างกระทำความผิดซ้ำอีก การที่นายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยและค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ก็อาจทำให้เป็นปัญหาได้ ดังตัวอย่างของคดีแรงงานที่น่าสนใจดังนี้

ลูกจ้างมาทำงานสายเป็นประจำ และก่อนเลิกจ้าง นายจ้างได้ทำหนังสือเตือนเรื่องการมาทำงานสายและลูกจ้างได้รับทราบการตักเตือนนั้นแล้ว นายจ้างจึงเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่ได้จ่ายค่าชดเชยและค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ลูกจ้างได้นำคดีมาสู่ศาลแรงงาน ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่า การที่ลูกจ้างมาทำงานสายเป็นประจำ อันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงานของนายจ้าง แม้ว่าจะไม่ใช่กรณีร้ายแรง แต่นายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว นายจ้างจึงไม่จำต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแต่อย่างใด

ลูกจ้างคนเก่ง(แต่ความประพฤติการทำงานไม่น่าภาคภูมิใจ) ได้ยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาว่า นายจ้างออกหนังสือเตือนไม่ถูกต้อง จึงไม่ถือว่าเป็นหนังสือเตือนตามกฎหมาย ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาว่า

"แม้ตามกฎหมายจะไม่ได้กำหนดแบบไว้ว่าหนังสือเตือนจะต้องมีรูปแบบและข้อความอย่างไร แต่หนังสือเตือนนั้นจะต้องเป็นกรณีที่นายจ้างตักเตือนลูกจ้างที่ได้กระทำผิดฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง มิให้กระทำผิดเช่นว่านั้นซ้ำอีก หากกระทำจะต้องถูกลงโทษ แต่เอกสารที่นายจ้างจัดทำและอ้างว่าเป็นหนังสือเตือนนั้น คงมีข้อความระบุเพียงว่า "ลูกจ้างกระทำผิดมาทำงานสาย เป็นการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับเท่านั้น มิได้มีข้อความที่เป็นคำตักเตือนของนายจ้างไม่ให้ลูกจ้างกระทำผิดเช่นนั้นซ้ำอีก และหากกระทำอีกจะต้องถูกลงโทษไว้ด้วยแต่อย่างใด เอกสารที่นายจ้างจัดทำเป็นหนังสือดังกล่าว จึงถือไม่ได้ว่าเป็นหนังสือตักเตือนตามกฎหมาย กรณีจึงไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายได้"

จากหลักกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกา สามารถพิจารณาได้ดังนี้

  1. ข้อยกเว้นที่ทำให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีที่ลูกจ้างกระทำความผิดไม่ร้ายแรง เช่น มาทำงานสาย ไม่ส่งใบลา นายจ้างจะต้องตักเตือนการกระทำดังกล่าวนั้นก่อนอย่างน้อย 1 ครั้ง
  2. การตักเตือนที่จะมีผลให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยต้อง "ตักเตือนเป็นหนังสือ"เท่านั้น(กรณีที่ลูกจ้างมาทำงานสาย แม้นายจ้างจะตักเตือนด้วยวาจาหลายครั้ง ก็ยังคงต้องจ่ายค่าชดเชย)
  3. "หนังสือเตือน" ที่จะมีผลเป็นหนังสือเตือน ต้องมีข้อความแสดงพฤติกรรมหรือการกระทำของลูกจ้างที่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และถ้อยคำทีมีลักษณะตักเตือนมิให้ลูกจ้างกระทำผิดอีก นอกจากนี้หนังสือเตือนต้องออกหรือกระทำโดยนายจ้างหรือผู้กระทำการแทนนายจ้าง หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจเท่านั้น
  4. หนังสือเตือนควรมีข้อความต่อไปนี้
    1. สถานที่ออกหนังสือเตือน
    2. วัน เดือน ปีที่ออกหนังสือเตือน
    3. ข้อความแสดงการแจ้งต่อตัวลูกจ้างที่กระทำผิดโดยเฉพาะเจาะจง(ไม่ควรปิดประกาศหนังสือเตือน หรือกระทำการใดอันมีลักษณะเป็นการประจานลูกจ้าง หรือทำให้ลูกจ้างได้รับความอับอาย ทั้งนี้ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นผลทำให้เกิดความขัดแย้ง บาดหมางในสถานประกอบการแล้ว อาจเป็นผลให้มีคดีมาสู่ศาลอีกมากมาย)
    4. ข้อเท็จจริง หรือพฤติกรรมของลูกจ้างที่ฝ่าฝืนคำสั่ง ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน โดยระบุวัน เดือน ปี เวลา สถานที่ และการกระทำนั้น(เมื่อใด ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร)
    5. คำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่กล่าวอ้างว่าการกระทำของลูกจ้างเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง ระเบียบ หรือข้อบังคับนั้น โดยควรระบุให้เห็นว่าการกระทำของลูกจ้างฝ่าฝืนคำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับฉบับใด ในข้อใด)
    6. ข้อความที่มีลักษณะเป็นการตักเตือนมิให้ลูกจ้างกระทำความผิดอีก และควรระบุว่าหากลูกจ้างกระทำความผิดซ้ำหนังสือตักเตือนอีก จะลงโทษทางวินัยอย่างไร
    7. ลายมือชื่อของนายจ้างหรือผู้ออกหนังสือเตือน (ต้องเป็นผู้มีอำนาจในการออกหนังสือเตือน)
  5. หนังสือเตือนมีผลใช้บังคับไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำความผิดเท่านั้น

จะเห็นว่า การเตือนที่ทำเป็นหนังสืออย่างไม่ถูกต้อง ก็ต้องจ่ายค่าชดเชยดังกล่าว ลูกจ้างที่มาทำงานสายบ่อยครั้งแล้วได้รับค่าชดเชย เพราะนายจ้างทำหนังสือเตือนไม่ถูกต้องก็ไม่น่าภาคภูมิใจในการกระทำของตน เพราะนอกจากจะทำให้ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแล้ว ถ้านายจ้างที่ไหนรู้ก็คงไม่อยากจะรับเข้าทำงานด้วยแน่นอน

ที่มา : http://www.one-stophr.com


About ThaiHRCenter | Contact ThaiHRCenter | Link Exchange | FAQ | Site Map
Copyright 2007 ThaiHRCenter.com